ReadyPlanet.com
dot dot
dot
สมาธิ
dot
bulletพระพุทธดำรัส
dot
กฏธรรมชาติ
dot
bulletใบไม้ในกำมือเดียวของพุทธบิดา
bulletสนามรวมกฏธรรมชาติ
dot
การศึกษา
dot
bulletมหาริชี มเหช โยคี
bulletการศึกษาที่มีจิตสำนึกเป็นฐาน
bulletการทำงานทั้งมวลของสมอง
dot
การทำสมาธิที่แท้จริงนั้นง่ายนิดเดียว
dot
bulletการล่วงพ้น
bulletการฝึกจิตแบบล่วงพ้น
bulletพื้นฐานที่ไม่เหมือนสิ่งใด
bulletพัฒนาศักยภาพของจิต
bulletส่งเสริมสุขภาพ
bulletขั้นตอนการเรียนสมาธิล่วงพ้น Transcendental Meditation
dot
แหล่งข้อมูลอื่นๆ
dot
bulletMaharishi Mahesh Yogi
bulletThe origin of thought
bulletHow TM Works
bulletTotal Brain Function
bulletResearch on TM


การล่วงพ้น

 

ปลุกพลังในการเยียวยารักษาตัวเองจากภายใน

 

ร่างกายของเรามีพลังในการเยียวยารักษาตัวเองมากกว่าที่เรารู้ การฝึกจิตเป็นการสร้างสภาวะที่ดีเลิศในการปลุกพลังแห่งการเยียวยารักษาของร่างกายที่มีแต่กำเนิดโชคดีที่มันเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าที่เคยคิดไว้ก่อนหน้านี้มาก จากการยืนยันโดยการวิจัยทางวิทยาศาสตร์กว่า 600 การวิจัยและผู้ปฏิบัติสมาธิล่วงพ้น (Transcendental Meditation = TM) ทั่วโลกอีกกว่า 6 ล้านคน  ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยเพียงแค่เทคนิคที่ถูกต้องและการฝึกอบรมที่ถูกวิธีเท่านั้น 

 

 

 

การทำสมาธิที่แท้จริงนั้นง่ายนิดเดียว ใครๆก็สามารถเรียนรู้ได้ มันเพลิดเพลิน เป็นธรรมชาติและได้ผลมาก คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการทำสมาธินั้นเกี่ยวข้องกับการควบคุมจิตใจ การบังคับจิตใจให้สงบโดยการเพ่งให้เกิดสมาธิ(ไปที่ลมหายใจ เสียง หรือ “อยู่กับปัจจุบัน”) ซึ่งการเพ่งเป็นการฝืนธรรมชาติของจิตใจและเป็นสิ่งที่ไม่เพลิดเพลินเท่าใดนัก อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติสมาธิล่วงพ้น เป็นสิ่งที่ง่ายอย่างยิ่งและให้ความเพลิดเพลินอีกด้วย ท่านมหาริชี มเหช โยคี ได้นำ การปฏิบัติสมาธิล่วงพ้น (TM) ไปสู่โลกตะวันตกเมื่อปี พ.ศ.2501 และตั้งแต่นั้นมา ผู้คนทั่วโลกกว่า 6 ล้านคนก็ได้เรียนรู้วิธีการนี้

  

การล่วงพ้น

(Transcending) 

=

เป็นมากกว่าการผ่อนคลาย

 

การทำสมาธิกลายเป็นการขจัดความเครียด ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ การปฏิบัติสมาธิล่วงพ้น (Transcendental Meditation) ที่แท้จริงนั้น ให้ผลลัพธ์ที่ลึกซึ้งมากกว่าแค่การผ่อนคลายเสียอีก น่าเสียดายที่ความรู้เรื่องวิธี การปฏิบัติสมาธิล่วงพ้น (Transcendental Meditation) อย่างง่ายนั้นได้เลือนหายไปจากโลกและจนกระทั่งมาวันนี้ มีตำราสมัยโบราณจากประเพณีที่เก่าแก่ที่สุดด้านความรู้อธิบายว่า การปฏิบัติสมาธิล่วงพ้น (Transcendental Meditation) เป็นการฝึกขั้นสูงสุดของมนุษย์ และจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ ทุกวันนี้เราสามารถยืนยันเรื่องนี้ได้ผ่านวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ โดยการวัดสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายและสมองระหว่าง การปฏิบัติสมาธิล่วงพ้น (Transcendental Meditation) :

 

 

1.สภาวะการพักลึก:

ลึกกว่าการผ่อนคลายแบบปกติมาก และลึกมากกว่าการนอนหลับด้วยซ้ำ

2.ความสงบและความสุขภายใน:

สำคัญมากในการลดฮอร์โมนแห่งความเครียด และเพิ่มฮอร์โมนแห่งความสุข

3.การพัฒนาศักยภาพของสมองแบบองค์รวม:

วัดได้ด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าของสมอง เพื่อวัดความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันของส่วนต่างๆของคลื่นสมอง

 

ทั้งหมดทั้งมวลนี้เมื่อประกอบกันแล้ว

จะทำให้การปฏิบัติสมาธิล่วงพ้น (TM) ส่งผลดีให้กับทุกด้านของชีวิต

 

การล่วงพ้น

(Transcending)

 =

การพักลึก

 

 เมื่อจิตล่วงพ้นความคิดที่ละเอียดอ่อนที่สุด มันจะเข้าสู่สภาวะของความสงบภายในโดยสมบูรณ์ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติและไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ เราไม่สามารถพยายามทำให้จิตสงบได้ หรือว่าต้องทำ แต่ด้วยวิธีที่ถูกต้อง จิตจะสามารถไปถึงจุดนั้นได้ด้วยตัวของมันเอง เมื่อฝึกสมาธิล่วงพ้น (Transcendental Meditation) ร่างกายก็จะเข้าสู่สภาวะของการผ่อนคลายขั้นลึกอย่างเป็นธรรมชาติ นั่นคือการพักลึกซึ่งลึกยิ่งกว่าการนอนหลับ

 

 

การผ่อนคลายที่ยอดเยี่ยม

 

สิ่งนี้สามารถวัดให้เห็นได้อย่างแม่นยำโดยการตรวจวัดอัตราการใช้ออกซิเจน โดยกราฟนี้ มาจากการศึกษาวิจัยของโรงเรียนแพทย์ฮาวาร์ดในสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่าระหว่างการปฏิบัติสมาธิล่วงพ้น (Transcendental Meditation) ร่างกายปรับเข้าสู่สภาพการพักซึ่งลึกกว่า 2 เท่าของการนอนหลับแม้เป็นการหลับลึกที่สุดแล้ว การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทั่วโลกมากกว่า 30 การวิจัยได้ยืนยันผลการพักลึกจากการปฏิบัติสมาธิล่วงพ้น (TM) นี้

 

การพักลึกนี้ปลุกพลังในการเยียวยารักษาในร่างกายของเรา

ผลลัพธ์จะเห็นได้ชัดที่สุดกับคนที่จำเป็นต้องฝึกมันมากที่สุด เมื่อเร็วๆนี้ มีรายงานการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่า หลังจากการฝึกสมาธิล่วงพ้น (Transcendental Meditation) ได้ 8 สัปดาห์ ของทหารผ่านศึกสงครามอิรัก ก็มีอัตราการลดลงถึง 50% ของโรคเครียดหลังเหตุการณ์ร้ายแรงที่มีผลทางจิตใจ และ โรคซึมเศร้า อ้างอิงจากวารสารวิชาการ Counseling and Development 64: 212–215 ผลลัพธ์ที่ได้มันช่างน่าตื่นเต้นมากจน CNN ถึงกับทำข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ในวันทหารผ่านศึกของสหรัฐอเมริกา (ดู CNN video)

 

 

 

นี่เป็นเพียงแค่อีกหนึ่งการยืนยัน จากการศึกษาค้นคว้าก่อนหน้านี้กับทหารผ่านศึกสงครามเวียดนามที่ได้ทำมาเมื่อ 25 ปีก่อนในการศึกษาค้นคว้านี้ กลุ่มของผู้ฝึกจิตแบบล่วงพ้น (TM) เห็นการลดลงของอัตราความรุนแรง Severity Scale อย่างชัดเจน

 

 

 

PTSDโรคเครียดหลังเหตุการณ์ร้ายแรงที่มีผลทางจิตใจ

Anxiety ความวิตกกังวล

Depressionโรคซึมเศร้า

 

 

หลังจากการฝึกสมาธิล่วงพ้น (Transcendental Meditation) เพียงแค่ 3 เดือน 70% ของทหารผ่านศึกไม่ต้องพึ่งการรักษาอื่นอีกต่อไป ตรงข้ามกับกลุ่มผู้ควบคุมที่ได้รับ การบำบัดจิตขั้นพื้นฐาน Therapy ไม่แสดงถึงการพัฒนาใดๆ อ้างอิงเอกสารจาก Military Medicine, June 2011

 

ผู้คนเหล่านี้มีปัญหาที่ลึกซึ้งกว่าพวกเรานัก หากการปฏิบัติสมาธิล่วงพ้น (Transcendental Meditation) สามารถช่วยพวกเขาได้ ถึงแม้ว่าไม่เคยมีสิ่งใดที่ทดลองแล้วได้ผลมาก่อน เราก็สามารถจินตนาการได้ว่ามันจะสามารถช่วยใครก็ได้

 

วีดิโอข้างล่างนี้ แสดงให้เห็นถึงอีกหลายตัวอย่างว่าการฝึกจิตแบบล่วงพ้น (TM) นี้มีอานุภาพมากเพียงใดสำหรับผู้ที่กำลังทนทุกข์ทรมานจากความเครียดทางจิตใจ และมันยังแสดงให้เห็นอีกว่าทำไมบรรดานักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการศึกษา คนดัง และสถาบันรัฐบาลต่างๆถึงได้สนับสนุนวิธีการปฏิบัติสมาธิล่วงพ้น (Transcendental Meditation)

 

 

 

การเปลี่ยนชีวิต:

 ทำไมเหล่า ดารา  นักวิทยาศาสตร์ และ รัฐบาล ถึงสนับสนุนการปฏิบัติสมาธิล่วงพ้น (TM) 

ความเครียดรบกวนการทำงานปกติของสมอง เป็นบ่อเกิดของหลายสิ่ง เช่น ลดการผลิตฮอร์โมนความสุข คือเซอโรโทนิน (Serotonin) การขาดสารเซอโรโทนิน ไม่ได้มีผลแต่เพียงด้านความสุขภายในเท่านั้น แต่ยังส่งผลเกี่ยวเนื่องกับโรคไมเกรน การนอนไม่หลับ ความวิตกกังวล การปะทุความโกรธ โรคอัลไซเมอร์ การกินผิดปกติ การเสพติด และอีกหลายๆสิ่งอีกด้วย เราสามารถลองใช้สาร เซอโรโทนินแบบเทียมเพื่อให้ผลต้านโรคซึมเศร้าได้ แต่มันทำได้เพียงแค่รักษาอาการเท่านั้น ไม่ได้แก้ที่ปัญหาที่แท้จริง

 

 

ในทางตรงกันข้าม การฝึกจิตแบบล่วงพ้น(TM)นั้น จะไปกระตุ้นความสามารถในการเยียวยารักษาของร่างกายได้ เพื่อที่สมองจะได้ทำงานได้อย่างปกติ และผลลัพธ์น่ะเหรอ? ก็มีการผลิตสารเซอโรโทนินเพิ่มมากขึ้นเองอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดระหว่างการฝึกจิตแบบล่วงพ้น (Transcendental Meditation) และในที่สุดก็ตลอดทั้งวันด้วยเช่นกัน สิ่งนี้ส่งผลให้กับทุกด้านของชีวิต อ้างอิงจาก BUJATTI, M., และ RIEDERER, P. Serotonin, noradrenaline, dopamine metabolites in Transcendental Meditation technique. Journal of Neural Transmission 39: 257–267,1976 

 

 การล่วงพ้น

(Transcending)

 =

การพัฒนาศักยภาพของสมองที่สามารถวัดได้

 

การล่วงพ้น (Transcending) ไม่เพียงแต่มีผลต่อด้านสุขภาพ ความเป็นอยู่ ความเชื่อมั่นในตนเองและความสัมพันธ์ของเราเท่านั้น แต่ยังมีอิทธิพลต่อการพัฒนาศักยภาพทางสมองอีกด้วย แม้กระทั่งในผู้ใหญ่ที่คาดว่าสมองมีการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม การมีประสบการณ์ในการล่วงพ้น (Transcending) อย่างง่ายๆนี้จะสามารถมีผลต่อสมองในทางที่ถูกจัดว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ได้อย่างไร (เช่น การหายจากโรคสมาธิสั้น หรือ ADHD การพัฒนาไอคิวหรือความคิดสร้างสรรค์ในผู้ใหญ่ และอื่นๆ) เรื่องนี้ต้องอาศัยคำอธิบายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย โดยผลของมันเองนั้นก็สามารถวัดได้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) 

 

เมื่อใดก็ตามที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของสมองทำงาน คลื่นสัญญานไฟฟ้าจะสามารถวัดได้จากการตรวจคลื่นสมอง (EEG) และผลจะถูกแสดงออกมาในรูปแบบของคลื่นสัญญานไฟฟ้า

 

 

 

ปัจจุบันเราสามารถส่ง 2 คลื่นสัญญานไฟฟ้าจากจำนวนคลื่นสัญญานไฟฟ้าที่วัดได้จากสมองในส่วนต่างๆ ไปยังคอมพิวเตอร์และคำนวณทางคณิตศาสตร์ว่าคลื่นเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกันหรือสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันกับส่วนใด ความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันอย่างสูงแสดงถึงการทำงานร่วมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของส่วนต่างๆของสมอง 

 

การล่วงพ้น (Transcending)โดยแท้จริงก็คือประสบการณ์ความเป็นหนึ่ง มันเป็นสิ่งที่สามารถวัดได้โดยตรงในสมอง นี่คือวีดิโอที่คุณจะเห็นได้ทันทีว่า คลื่นไฟฟ้าในสมองจะสามารถพุ่งไปสู่ขั้นสูงสุดระหว่างการฝึกจิตแบบล่วงพ้น (Transcendental Meditation) ได้อย่างไร



 

 

 

ยิ่งเรามีคลื่นสมองที่ประสานกลมกลืนกันมากเท่าไร สมองก็ยิ่งคุ้นเคยกับศักยภาพอันสูงสุดที่มีอยู่มากเท่านั้น และหลังการฝึกสมาธิล่วงพ้น (TM) ความประสานกลมกลืนของคลื่นสมองได้พุ่งสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ความประสานกลมกลืนของคลื่นสมองที่สูงขึ้นมีความเชื่อมโยงกับไอคิวที่สูงขึ้น ความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้น ความมั่นคงทางอารมณ์ที่มากขึ้น ปฏิกิริยาตอบสนองที่ดีขึ้น และการคิดที่มีศีลธรรมจรรยามากขึ้น และอื่นๆ 

 


 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.